Category: +เดินทางและท่องเที่ยว+

ดอยหมอกตะวันวิว อินทนนท์

Comments

07/03/2018 at 07:33Category:+เดินทางและท่องเที่ยว+ | แนะนำที่พัก

https://www.facebook.com/ดอยหมอกตะวันวิว-189122901643070/

ที่พักแห่งนี้ เราได้ไปพักมาตอนที่เราไปเที่ยวดอยอินทนนท์กับครอบครัว ซึ่งก็เข้าไปแบบ walk in แต่ก็พอหาข้อมูลมาบ้าง ว่ามีที่พักชื่ออะไรตรงไหนบ้าง ช่วงที่เราไปเที่ยว คือช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561  ก่อนไปเราโทรหาเจ้าของที่พักไม่ติด ก็เลยกะว่าไปหาเอาดาบหน้า ได้แต่หวังว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยหนาวแล้ว คนเที่ยวไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่ น่าจะพอมีที่พักหลงเหลือให้เราบ้าง

จนสุดท้าย เมื่อเที่ยวจนสาแก่ใจ และถึงเวลาหาที่พัก แม่ก็บอกว่า เดี๋ยวลองไปที่นี่กัน และแม่ก็ลองโทรดู ปรากฎว่ารอบนี้โทรติด สอบถามดูปรากฎว่ามีห้องว่างอยู่ เราก็เลยรีบไปดูที่พักที่นี่กันว่าโอเคมั้ย

20180225_165538

นี่คือด้านหน้าของที่พัก เมื่อไปถึง พี่เจ้าของก็เข้ามาต้อนรับ แล้วพาไปดูที่พักด้านใน ในภาพด้านบนนอกจากจะเป็นส่วน reception ที่ไว้เช็คอิน ยังมีขนมเครื่องดื่มขาย อยากได้อะไร ซื้อได้จากที่นี่เลย

ที่พักที่นี่จะมีให้เลือกสามแบบ คือ แบบลานกว้างสำหรับกางเต้นท์ สำหรับคนที่ชอบพกเต้นท์มากางเอง แบบบ้านพักเป็นหลัง และที่น่าสนใจมากคือ แบบเต้นท์ที่มีห้องน้ำในตัว

20180225_165615

บริเวณนี้จะเป็นลานสำหรับกางเต้นท์ ตรงเสาไม้นั้นคือเสาไฟ ที่นอกจากจะมีไฟส่องสว่างแล้ว ตามเสาแต่ละต้นยังมีปลั๊กไฟสำหรับเสียบชาร์ตไฟได้อีกด้วย

 

20180225_165756

จะมีปลั๊กไฟแบบนี้ทุกเสาเลย

 

DSC_4018

 

และนี่ก็คือบ้านพักเป็นหลัง สำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว

 

20180225_170014

ส่วนนี้จะเป็นเต้นท์ พร้อมห้องน้ำส่วนตัว เหมาะมากสำหรับคนอยากนอนเต้นท์ แต่ต้องการห้องน้ำแบบส่วนตัวไม่ต้องใช้ปะปนกับใคร
ซึ่งทีแรกพ่อเราสนใจจะนอนเต้นท์มากกกก แต่เนื่องจากเรามาที่พักตอนบ่าย แล้วก็ง่วงกันมาก กะว่าจะนอนงีบกัน ก็กลัวว่า ถ้านอนเต้นท์ตอนนี้จะร้อนแน่เลย ก็เลยเอาแบบบ้านพักเป็นหลังดีกว่า ซึ่ง… น่าจะคิดถูกแล้ว เพราะตกดึกหนาวมากเลย ถ้านอนเต้นท์ได้มีนอนตัวสั่นกันแน่ๆ 5555

สำหรับราคา วันที่เราไปพัก พอดีว่าตรงกับวันอาทิตย์ ตัวบ้านพักจะราคา 1,000 บาท เต้นท์พร้อมห้องน้ำส่วนตัว 500 บาท แต่ถ้าวันศุกร์เสาร์ราคาจะบวกขึ้นนิดหน่อย ยังไงลองถามราคากับทางที่พักเองเลยจะดีกว่า ^^

มาดูรายละเอียดในห้องพักกันดีกว่า

 

DSC_4054

ตรงนี้เป็นระเบียงหน้าบ้านพักค่ะ
คือ วิวดีมาก ชิลมาก เหมาะกับการนั่งห้อยขาชมวิวเพลินๆ ให้ลมปะทะหน้า ซึ่งแน่นอน อากาศเย็นสบายในยามบ่าย แต่ค่อนข้างหนาวเมื่อตะวันคล้อยลับหลังทิวเขาด้านหน้าที่พักไปแล้ว
DSC_4034

และนี่คือภายในห้อง มีเตียงนอน ขนาด 6 ฟุต เรานอนกันสามคนพ่อแม่ลูกสบายๆเลย และที่นอนนุ่มมาก มีหน้าต่างให้ชมวิวได้อีก

 

DSC_4038

มุมนั่งเล่นเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้นั่งเท่าไหร่ เพราะชอบไปนั่งข้างนอกมากกว่า ชิลกว่า 5555

 

DSC_4044

โซนนี้เป็นโซนปะทังชีวิต มีทั้งโจ้ก กาแฟ น้ำดื่ม และกระติกน้ำร้อน จะกินโจ้กกินมาม่า ก็สะดวกสบาย ทั้งหมดนี่ ฟรีค่ะ
อ้อ…ที่นี่มี wifi ฟรีด้วยนะ

 

DSC_4041

มาดูห้องน้ำบ้างค่ะ ห้องน้ำที่นี่ ผนังทำเป็นแบบปูนเปลือย สะอาด น้ำอุ่นเป็นแบบแก๊ส น้ำไหลแรงพอดีๆ มีสบู่ยาสระผมให้พร้อมสรรพ

เราได้สอบถามเรื่องอาหารการกิน เนื่องจากตรงนี้ ค่อนข้างไกลจากแหล่งชุมชนนิดนึง จริงๆก็ไม่ไกลมาก แต่ก็ขี้เกียจขับรถไปหาซื้อ พี่เจ้าของก็บอกว่า มีอาหารเย็น บริการ สั่งได้ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไข่เจียว หรือเมนูเด็ด หมูกะทะ ในราคาชุดละ 400 บาท เพื่อความฟิน เราก็เลยสั่งหมูกะทะไป แล้วตอนเย็น เค้าก็จะจัดหมูกะทะมาส่งให้เราถึงหน้าห้อง

 

20180225_175655

นี่คืออุณหภูมิช่วงบ่าย หลังจากตะวันหลบหลังเขาด้านหน้าที่พักไปแล้ว เย็นจนเริ่มหนาวต้องหนีเข้าห้อง 5555
DSC_3997

และแล้วหมูกะทะก็มาส่ง โดยเด็กๆสามคน น้องๆน่ารักมากๆ วิ่งไปวิ่งมาคอยส่งของ น่าเอ็นดู ชอบมาก นี่นั่งขำตลอดเวลาน้องมาส่งของ 555 ส่วนหมูกะทะ เวลาอากาศหนาวๆนี่ ช่วยได้ดีมากเลย อบอุ่นขึ้นมาเยอะ ชอบตรงที่สามชั้นสำลด์เยอะมาก ฟินสุด ส่วนแม่ก็ชอบผัก กะทะนี่ก็เก๋มากๆ เป็นแบบหมุนส่วนที่ย่างได้ ชอบไปอีก อยากได้มั่งเลย
ป.ล.ในภาพนี่เอาผักที่เค้าให้มามาจัดใหม่เองนะ ถ้าไปแล้วไม่เจอแบบนี้ห้ามมาบ่นนะ 5555

 

DSC_3994

ชุดกินหมูทะก็จะเยอะๆหน่อย พ่อส่งรูปไปให้เพื่อนดู เพื่อนถาม หนาวจริงหรือแอคทำเป็นหนาวเนี่ย 5555555 หนาวจริงสิคะ ^^

 

DSC_4008

บรรยากาศยามค่ำคืน

หลังจากกินเสร็จเราก็อาบน้ำนอนกัน

เพื่อที่จะตื่นมาพบกับ พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า

 

DSC_4012

พระอาทิตย์ยังเขินอายอยู่ ค่อยๆโผล่หน้าขึ้นมา

 

DSC_4023
โผล่มาแล้วจ้าาาาา ^^
ฟินกับวิวสวยๆในยามเช้ามากๆ แต่ตื่นขึ้นมาก็เจอเลย ดี๊ดี

สรุปก็เปนที่พักอีกที่นึงที่ถูกจริตเรามาก ชอบมาก และก็ตั้งใจมากว่าเดี๋ยวจะต้องไปอีก แล้วก็จะพาน้องสาวไปด้วยให้ได้ ^^

 

สนใจที่พัก ตามไปดูที่นี่ค่ะ เป็นเพจของ ดอยหมอกตะวันวิว Tel. : 063-1153443, 084-3679401

https://www.facebook.com/ดอยหมอกตะวันวิว-189122901643070/

แผนที่ค่ะ

สีชัง : มุมที่สกายแล็บไม่ได้พาไป

Comments

18/02/2018 at 22:31Category:+เดินทางและท่องเที่ยว+ | แนะนำที่เที่ยว

 

เวลาไปเที่ยวเกาะสีชัง สิ่งแรกๆที่เราจะพบได้ที่ท่าเรือก็คือ บรรดารถสกายแล็บหลานสีสันจอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือแบบในรูปข้างล่างนี้ ซึ่งจะมีโปรแกรมทัวร์ให้รถสกายแล็บพาเราเที่ยวสถานที่สำคัญๆรอบเกาะ 5 จุด แต่….!!! เราว่าจริงๆมันก็ไม่ได้รอบหรอก ความจริงแล้วยังมีสถานที่อีกมากมาย ที่สกายแล็บไม่ได้พาไป ซึ่งเราจะแนะนำให้เองง ^^

DSC_2969

 

แล้วถ้าไม่ได้นั่งสกายแล็บ จะไปยังไงล่ะ?!?!

มอไซค์ไงคร้าบบ ที่เกาะมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่าด้วยนะ ถ้าอยากไปเที่ยวแบบชิลๆจริงๆ แนะนำให้เช่ามอไซค์ขี่เองเลยดีกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม บางจุดสกายแล็บก็ไปได้นะ เพียงแต่ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปแต่ละจุดเพิ่มเอง

มาเริ่มกันที่สถานที่แรก ท่ายายทิม

DSC_2826

เราก็ขี่มาตามป้าย มาทางด้านหลังเกาะ เริ่มจากขี่มาทางพระจุฑาธุชราชฐานก่อน แต่เลี้ยวขวาขึ้นเขาไปก่อนจะถึงทางเข้าวัง ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะมีป้ายบอกทางไปที่นี่ ที่นี่เป็นจุดที่เค้านิยมมาตกปลากัน เป็นจุดที่เาจะได้เห็นเกาะค้างคาว ซึ่งเป็นเกาะๆหนึ่งของหมู่เกาะสีชัง และเกาะเล็กๆ ข้างหน้าเกาะค้างคาวที่อยู่ติดเกาะสีชังนั้นก็คือ เกาะยายท้าว ซึ่งเวลาที่น้ำลงมากๆ เราสามารถเดินจากเกาะสีชังไปที่เกาะยายท้าวได้เลย ความ unseen อีกอย่างคือ เส้นทางข้ามเขาก่อนจะถึงท่ายายทิม จะเป็นจุดที่เราสามารถพบกระรอกเผือก สัตว์ประจำถิ่นของเกาะสีชังได้ด้วยนะ

บริเวณนี้ นอกจากชมวิวสองเกาะแล้ว ยังมีหน้าผาขนาดใหญ่ให้ถ่ายรูปสวยๆกันได้อีก

DSC_2847

ถือว่าเป็นอีกจุดที่สามารถมาถ่ายรูปเท่ๆได้เลย หน้าผาสูงมาก และด้วยความแห้งแล้งของบริเวณนี้ ทำให้ทุ่งหญ้าเป็นสีน้ำตาล สวย ถ่ายรูปมาแล้วจะดูเท่ๆหน่อย

DSC_2848

แบบนี้งายยย 55555

แต่บริเวณนี้ก็ไม่ได้แห้งแล้งซะทีเดียวนะ
เพราะมันมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ไว้ให้คนเกาะได้นำไปใช้สอยกันด้วย บางช่วงน้ำก็เต็ม แต่ช่วงนี้ น้ำค่อนข้างแห้งเลยทีเดียว

 

เลยจากท่ายายทิมไปหน่อย เราก็จะผ่านเส้นทางสุดวิบาก ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการขี่รถนิดนึง ซึ่งถ้าไม่ชำนาญเราไม่แนะนำให้ไปเลย
นั่นก็คือจุดที่สามารถเดินข้ามจากเกาะสีชังไปยังเกาะยายเท้าได้นั่นเอง

DSC_2983

เสียดายว่าตอนที่เราไปน้ำขึ้น เราก็เลยไม่สามารถเดินข้ามไปที่เกาะยายท้าวได้

จุดนี้ ว่ากันว่ามีปะการังด้วยนะ แต่ก็มีหอยเม่นเยอะเช่นกัน ก็เลยยังไม่กล้ามาดำน้ำที่นี่เลย กลัวพลาด 555

DSC_2992

หาดที่นี่จะหินเยอะ แล้วก็เม่นเยอะด้วย น้ำใสก็จริง แต่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำเท่าไหร่

 

จริงๆก่อนจะถึงทางไปท่ายายทิม จะมีทางแยกไปแหลมงู ซึ่งจริงๆก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ นอกจากท่าเรือเก่าๆ กับซากเรือเก่าๆ แต่มันก็มีความดิบความเท่ดีนะ

 

DSC_3050

 

ไปกันต่อที่แหลมจักรพงษ์ หรือแหลมถ้ำพัง กันเลยดีกว่า

 

DSC_2941

ตรงแหลมจักรพงษ์ นอกจากจะเป็นจุดชมวิวสวยๆ แล้ว ยังมีถ้ำลึกลับซ่อนอยู่ จริงๆก็ไม่ลึกลับเท่าไหร่นะ เพราะชอบมีคนมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งที่นี่กันเยอะเหมือนกัน แอบสงสัยอยู่ว่านี่คือถ้ำพังที่เค้าเรียกกันหรือเปล่า

DSC_2943

ให้ดูขนาดของถ้ำและความอลังการของที่นี่ จะได้เข้าใจว่าทำไมเค้าชอบมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งที่นี่กัน ^^
ระมัดระวังในการปีนป่ายกันด้วยนะคะ

 

DSC_2950

นอกจากแหลมจักรพงษ์แล้ว ระหว่างทางจากหาดถ้ำพังซึ่งเป็นจุดเล่นน้ำบนเกาะ ไปยังที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้กัน

ที่เห็นหาดขาวๆด้านหลังนั่นคือหาดถ้ำพังนั่นเอง

 

DSC_2959

ซูมดูหน่อยซิ ^^

หาดถ้ำพังนี่ ถ้ามาช่วงจังหวะดีๆ น้ำลงมากๆ จะเห็นหาดสีขาวทอดยาวมาจนถึงแหลมถ้ำพังเลยค่ะ และช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เกาะด้านนี้ค่อนข้างสะอาด ไม่มีขยะด้วย ไว้ถ้ามีโอกาส จะถ่ายภาพช่วงนั้นมาให้ดูนะ

 

กลับมาอีกฝั่งของเกาะบ้างดีกว่า แต่ก่อนจะออกจากโซนนี้ ขอแวะที่สุดท้ายก่อน ก็คือ พระจุฑาธุชราชฐาน ด้านบน ซึ่ง ปกติแล้ว สกายแล็บจะจอดให้เที่ยวที่ด้านล่าง แล้วนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นมาดที่ยวยังจุดนี้ได้ แต่ถ้าเราขี่มอไซค์มา เราสามารถขี่มาที่จุดนี้ แล้วเดินลงไปได้ จะใกล้กว่าเดินขึ้นมาจากด้านล่าง

DSC_2853

เห็นยอดสีขาวๆนั่นมั้ย นั่นคือยอดของ พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร ซึ่งถ้าเดินขึ้นมาจากข้างล่างนี่มีหอบ แต่ถ้าเดินไปจากข้างบนนี้ ระยะทางจะเหลือเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

แต่เราก็ไม่ได้เดินไปนะ เหนื่อยแล้ว 5555

 

โอเค เรามาต่อกันกับอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ฝั่งของเจ้าพ่อเขาใหญ่ แต่ที่เราจะไปคือ เส้นทางชมวิวที่เข้าทางวัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร ที่อยู่ตรงท่าบน ขี่รถเข้าไปในวัดเลย แล้วเลาะริมเขาไป

DSC_3095

ถนนเส้นนี้สร้างขึ้นมาใหม่ วิวสวยมาก และข้างบนนี่คือบริเวณท่าเรือเมื่อมองมาจากถนนเส้นนี้

 

DSC_2868

เส้นทางนี้ ปลายทางจะไปจบที่แหลมสีชัง ระหว่างทางจะมีศาลาชมวิว ให้เราได้พักผ่อนอยู่ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป น่าจะชอบ เพราะมีจุดชมวิวสวยๆหลายจุด อย่างเช่นศาลาในภาพนี้ ถ้าเดินลงไป ก็จะพบกันหาดสวยๆ ซึ่งค่อนข้างเงียบสงบมาก เพราะบริเวณนี้ แทบจะไม่มีคนผ่านมาเลย เนื่องจากคนยังไม่ค่อยรู้จัก

 

DSC_2873

และนี่คือหาดที่บอก ช่วงนี้หาดสวยและน้ำใสมากๆทีเดียว

 

DSC_2869

 

อีกมุมนึง

 

DSC_3123

มองกลับไปที่ศาลา ก็จะต้องเดินกันเหนื่อยหน่อย 555

 

ไปต่อที่อ่าวถ้ำจ๊อกค๊อกกันดีกว่า

 

DSC_2880

นี่คือทางลงก่อนจะถึงอ่าวถ้ำจ๊อกค๊อก เห็นสีขาวๆไกลๆนั่นมั้ย นั่นคือ ประภาคารบนเกาะสัมปันยื้อ เกาะเล็กๆที่ไม่มีในกูเกิ้ลแมพ ทำไมไม่มีน๊ออออ น่าน้อยใจจัง จริงๆมันเล็กนิดเดียวเอง เกาะสัมปันยื้อหรือหินสัมปันยื้อ เป็นเกาะบริวารอีกเกาะหนึ่งของเกาะสีชัง ประภาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 2434 มีนามพระราชทานว่า ประภาคารอัษฎางค์

DSC_2891

ขออภัย ซูมได้ใกล้สุดแค่นี้ ><

 

DSC_2893

และนี่คือ อ่าวถ้ำจ๊อกค๊อก จะมีแค่ให้ชมวิวประมาณนี้แหล่ะ
ไม่แน่ใจว่ามีทางลงไปมั้ย จอดรถชมวิวถ่ายรูปมาเฉยๆ

พอย้อนกลับมา ก็จะมีป้ายบอกไปกองหินประวัติศาสตร์ อันนี้สงสัยมากกว่าเป็นยังไง ก็ลองเสี่ยงไปมา ปรากฏว่าพบกับกองหินแบบนี้

 

DSC_3152

5555 คือ ยอมรับว่าเฟล คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจกว่านี้ ป้ายดูจริงจังมาก

 

DSC_3151

มาอ่านที่มาของกองหินกองนั้นกันหน่อยละกัน 555

 

เป้าหมายต่อไปของเรา คือ รอยพระพุทธบาท ที่อยู่บนไหล่เขาคยาศิระ เป็นจุดชมวิวที่เราชอบที่สุดบนเกาะสีชัง เพราะสามารถเห็นเมืองเกาะสีชังได้แบบทั่วทั้งเกาะเลย

DSC_3192

แต่เราไม่ได้ถ่ายมา ถ่ายมุมนี้มาแทน 555

 

DSC_3196

 

อีกมุมนึงจ้าาาา ^^

 

DSC_3197

ฝั่งนี้จะมองเห็นเกาะขามใหญ่ทั้งเกาะเลยด้วย แต่เราชอบเรียกเกาะนี้ว่าเกาะน่องไก่ หิวเลยทีเดียว

DSC_2902

 

และนี่ก็คือรอยพระพุทธบาทค่ะ กราบไหว้กันเพื่อเป็นสิริมงคล ด้านบนนี้จะมีดอกไม้ธุปเทียนขายบริเวณลานจอดรถด้วยนะคะ

ซึ่งนอกจากจะขี่มอไซค์ขึ้นมาแล้ว ยังสามารถเดินขึ้นมาจากตรงเจ้าพ่อเขาใหญ่ได้ด้วย เพราะทางที่ขึ้นมาบนนี้ค่อนข้างชันมาก ถ้าขี่รถไม่คล่อง ก็อันตรายพอสมควร

 

DSC_2910

 

และนี่คือทางที่ขึ้นมาจากเจ้าพ่อเขาใหญ่ เคยขึ้นมาแล้วจ้าาา บอกได้คำเดียวว่าหอบ 555

 

DSC_3202

นอกจากนี้ ยังมีทางขึ้นต่อไปยังยอดพระจุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นยอดที่สูงที่สุดบนเกาะสีชัง ซึ่งครั้งนี้เราไม่ได้ขึ้นไป เพราะว่าเที่ยวมาหลายจุดละ เริ่มล้า จริงๆเคยขึ้นไปมาแล้วสองครั้ง แต่รู้สึกไม่คุ้มกับความเหนื่อยที่เดินขึ้นไปเท่าไหร่ 555 แล้วก็ไปคนเดียวด้วย ก็แอบกลัวๆนิดนึง

DSC_3206

แต่อันที่จริงช่วงนี้บนเกาะก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นะ เราะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และจุดให้กดปุ่มฉุกเฉินไว้รอบเกาะเลย บริเวณที่เปลี่ยวๆ จะมีเสาสีฟ้าติดกล้องแบบนี้ทั่วเกาะเลย อันนี้ชอบมาก รู้สึกปลอดภัยขึ้นหน่อย

 

และจุดสุดท้ายที่เราจะพาไปวันนี้

จริงๆเป็นจุดที่สกายแล็บพาไปนะ แต่มุมนี้ เราคิดว่าไม่ค่อยมีใครเดินขึ้นไป ส่วนให่จะเดินลงไปที่สะพานวชิราวุธกันมากกว่า

 

DSC_2939

ใช่แล้ว ที่นี่คือช่องเขาขาด หรือช่องอิศริยาภรณ์นั่นเอง จุดนี้เป็นจุดที่ต้องเดินขึ้นมาหน่อย พอสูงมากๆ ก็จะต้องปีนป่ายนิดนึง ค่อนข้างอันตรายอยู่เหมือนกัน ต้องระมัดระวังดีๆ สติเป็นสิ่งสำคัญมากๆในการเที่ยวที่นี่ 555 จุดนี้จะเห็นแหลมเขาขาดหรือแหลมวชิราวุธสวยได้สวยงามมากๆ ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก จะยิ่งสวยมากๆแนะนำให้มาที่นี่ตอนพระอาทิตย์กำลังตก สวยจริงๆค่ะ

 

DSC_2922

ชมวิวที่นี่คือดีมากก เสียแต่ว่ารอบนี้มาตอนกลางวัน ร้อนมากกกกกกกกกก 555

 

จบแล้วสำหรับการแนะนำจุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชังในครั้งนี้ หวังว่าจะเปิดมุมมองใหม่ๆให้ทุกคนได้รู้จักเกาะสีชังมากขึ้นนะคะ

ที่สำคัญ….

DSC_2888

พร๊อพให้ครบนะคะ เสื้อแขนยาว แว่น หมวก อย่าให้ขาด นอกจากจะช่วยให้เท่ขึ้น ยังช่วยกันแดดได้ด้วย ร้อนมว๊ากกกกกกกกกก
ในภาพนี้หมวกอยู่ท้ายรถ 5555

 

ติดตามอัพเดทเรื่องราวใหม่ๆ ได้ที่ เพจ fri9thsep นะคะ ^^

ทริปตะลุยเมืองเก่า : อยุธยา

Comments

23/09/2016 at 10:03Category:บันทึกการเดินทาง

วันนี้จะมาเล่าเรื่ิองราวของทริปล่าสุดของมิหม่องครับผม
ส่วนทริปเก่าๆก่อนหน้านั้น ไว้รอว่างๆอารมณ์ดีๆจะมาเล่าให้ได้อ่านกันทีหลังน๊า 55555

มาเรื่องทริปล่าสุดก่อน
เริ่มเรื่องก็คือ น้องเหมียว แฟนชะนีเด็กของมิหม่อง (เพื่อนๆเรียกแบบนี้ ฮ่าๆๆ)
กำลังจะผ่าตัดเนื้องอกที่ขา น้องเค้าก็เลยอยากไปทำบุญและไปเที่ยวก่อนผ่าตัด
แล้วก็ไปสรุปกับเพื่อนๆเค้าได้ว่าจะไปอยุธยากัน
และน้องเหมียวก็มาชวนมิหม่องไปด้วย

แน่นอนว่า ด้วยความใจง่าย เอ้า ก็ไปสิจะรออะไร 5555
จริงๆแล้วช่วงที่ไปใกล้วันเกิดของมิหม่องด้วยล่ะ
ก็เลยถือโอกาสไปทำบุญก่อนวันเกิดซะเลย ^^
เป้าหมายของเราคือ ไปไหว้พระทำบุญ 9 วัดกันครับ

 

เราออกเดินทางกันเช้าวันที่ 7 กันยายน ไปถึงอยุธยาก็ประมาณเกือบสิบโมง
รอพรรคพวกเพื่อนๆมากันครบก็ลุยไปยังสถานที่แรก

“พระราชวังบางประอิน”

เดี๋ยวนะ…ไม่ได้ไปไหว้พระหรอกหรือ?

นี่คงเป็นคำถามที่หลายๆคนแอบคิดในใจแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ

ก็แหม ไหนๆไปแล้วก็ขอไปเที่ยวหน่อยนึงละกาน
เพราะฉะนั้น สถานที่แรกของทริปเราในครั้งนี้คือ พระราชวังบางประอินนั่นเอง

อ่อๆ ลืมบอกเลย ว่า สมาชิกของทริปนี้มีกี่คน ใครบ้าง

smallmm_ayuttaya-p05

สมาชิกของทริปนี้มีทั้งหมด 6 คน ครับผม
ประกอบไปด้วย
มิหม่อง น้องเหมียว ก้อย อ๊บ กร บูม
ซึ่งแน่นอนว่า….มิหม่องแก่สุด – -” แย่ตรงนี้ ฮ่าๆๆๆๆ

 

เริ่มแรกที่เราก้าวเข้าไปในพระราชวังบางประอิน
รับแผนที่ที่เจ้าหน้าที่แจกมาให้
รีบเปิดดูเพื่อทำความเข้าใจนู่นนี่นั่น เราก็เกิดความตกใจนิดนึง
โอ้ววว ทำไมดูกว้างขวางอย่างนี้
หันซ้ายหันขวา เฮ้ย มีรถกอล์ฟด้วย
ก็เลยส่งน้องกรไปถามราคามา

พอรู้ราคา โอ้วววว เดินก็ได้จ้าาา 555555

ซึ่งพอเดินจริงๆ มันก็ไม่ไกลมากเท่าไหร่
เหมือนแผนที่จะหลอกตาเรามากๆเลย เอาจริงๆก็แป๊ปๆก็ถึงละ
แต่ละจุดไม่ได้อยู่ห่างกันมาก
เอาเป็นว่า พวกเราเดินได้รอบบริเวณพระราชวังเลยก็แล้วกัน ^^

smallmm_ayuttaya-p01

จุดแรกที่น่าสนใจคือ ประตูเทวราชครรไล (ภาพบน)
ในแผ่นพับบอกว่า ใช้เป็นเส้นทางสำหรับเสด็จฯผ่านเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน
ซึ่งปัจจุบันด้านในจะใช้จัดนิทรรศการอยู่
แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปดูกัน เพราะเดี๋ยวเวลาจะไม่พอสำหรับการไปไหว้พระ 9 วัด
ก็เลยแค่ถ่ายรูปด้านนอกไว้เท่านั้น

จุดที่สอง ที่ชื่นชอบกันมาก เก๋งบุปผาประพาส
ที่ชอบก็เพราะว่า เป็นเรือนไม้สีชมพูหวานแหววนั่นเอง 5555

smallmm_ayuttaya-007

 

สวยขนาดนี้ก็ต้องมีกรุ๊ปช็อตกันหน่อย

smallmm_ayuttaya-008

 

ขยับมาด้านหน้าบ้าง เดี๋ยวเห็นหน้าไม่ชัด 5555

 

smallmm_ayuttaya-p02

 

เดินไปเรื่อยๆชิลๆ ก็จะเจอ หอวิฑูรทัศนา กับพระที่นั่งเวหาศจำรูญ
โซนนี้มีความจีนมาก
พระที่นั่งเวหาศจำรูญมีนามตามภาษาจีนด้วยนะ
ชื่อว่า เทียนเม่งเต้ย

smallmm_ayuttaya-p04

ระหว่างเดินชมวัง เราก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ 55555

smallmm_ayuttaya-p03

 

ถ่ายรูปกันเพลินมากๆๆๆๆๆ
จนนึกขึ้นได้ว่า เฮ้ย เรายังไม่ได้ไปวัดเลย จะบ่ายแล้วนะ
ก็เลยต้องรีบออกจากที่นี่ เพื่อไปไหว้พระกันตามจุดประสงค์ของพวกเรา
วัดแรกที่เราไปก็คือ…. วัดพนัญเชิง

small20160907_133156

เราเข้าไปไหว้ หลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกง กัน
ซึ่งหลวงพ่อโตองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยาเลยล่ะ
วัดนี้เราถ่ายรูปมาน้อยมาก เพราะคนค่อนข้างเยอะ
กว่าจะแทรกตัวเข้าไปถ่ายองค์หลวงพ่อภาพนี้มาได้ก็ลำบากเหมือนกัน

 

หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังวัดที่สองที่อยู่ใกล้ๆกัน
นั่นก็คือ วัดใหญ่ชัยมงคล

smallmm_ayuttaya-p06

เป็นวัดในอยุธยาที่เรามาบ่อยที่สุด
นับแล้วได้ประมาณ 4 ครั้ง 5555
แล้วก็เป็นวัดที่เราชอบมาก

จริงๆเราก็ไม่ได้เกิดวันอังคารนะ
แต่ไม่รู้ทำไม ชอบวัดที่มีพระนอนมากๆ

มีความอินอีกอย่างคือ…
เคยมีหมอดูทักว่าชาติก่อนเป็นทหารสมัยอยุธยา
บ้านอยู่แถววัดใหญ่ชัยมงคล
แล้วเค้าก็บอกให้มาไหว้ที่นี่ด้วยล่ะ
ไม่รู้จะเชื่อดีมั้ย แต่มาไหว้ไว้ก่อนละกัน เอาฤกษ์เอาชัย 555

 

หลังจากไหว้พระได้สองวัด
พวกเราก็เริ่มหมดแรง เพราะเวลาก็ปาไปบ่ายสองแล้ว
ก็เลยถึงเวลากินแล้วคร้าบบบบ

น้องเหมียวหาข้อมูลมาว่า ร้านผักหวาน เด็ด ไปร้านนี้กัน
อ่ะ เราก็ปายยยยยยย

 

smallmm_ayuttaya-p07

 

ร้านนี้เมนูอาหารส่วนใหญ่จะเป็นผักหวาน
ซึ่ง…ทำออกมาได้อร่อย ถูกปาก กินง่าย
ทีแรกมิหม่องก็แอบหวั่นนะว่าจะกินได้มั้ย
เพราะปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยกินผัก กินผักยากมาก
แต่ร้านนี้โอเคเลย กินได้หมดเลย ไม่รู้ว่าเพราะหิวด้วยรึเปล่า 5555
รับประกันความอร่อยครับผมสำหรับร้านนี้

 

กินเสร็จก็ไปไหว้พระกันต่อครับ
วัดต่อไปของพวกเราก็คือ… วัดธรรมิกราช

smallmm_ayuttaya-p08

 

วัดนี้เป็นวัดที่มิหม่องบอกน้องเหมียวเลยว่า ต้องไปให้ได้นะ
เพราะอยากให้น้องเหมียวมากราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ที่นี่

ประวัติความเป็นมาของพระพุทธไสยาสน์น่าสนใจมาก คือ
ตามประวัติกล่าวว่า สร้างโดยพระมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เนื่องจากทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า
หากพระราชธิดาทรงหายจากอาการประชวรแล้ว
จะสร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ถวาย

ก็เลยมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครได้มาสักการะ ถือว่าจะได้เมตตามหานิยม
สุขภาพแข็งแรง เพราะพระพุทธไสยาสน์นี้สร้างขึ้นด้วยอานิสงส์แห่งแรงอธิษฐาน
หลังจากนั้นเราก็ไปต่อกันที่วัดแม่นางปลื้ม

smallmm_ayuttaya-p13

แต่ตอนที่เราไปคือ โบสถ์ปิดแล้ว
เราก็เลยได้แค่ไหว้พระข้างนอก
แต่ก็เป็นอีกวัดที่สงบ แล้วก็ดูขลังๆดีนะ
และก็มีความร่มรื่นมากๆด้วย

 

หลังจากนั้น เราก็ยกเลิกโปรแกรมไหว้พระไว้ก่อน
เก็บไว้ไหว้วันพรุ่งนี้ให้ครบ 9 วัดแทน
เป้าหมายต่อไปของเราที่เราจะไปก็คือ วัดมหาธาตุ
ซึ่ง เป็นหนึ่งในวัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

smallmm_ayuttaya-080

 

ซึ่งจุดที่น้องๆเค้าอยากมาถ่ายรูปกันก็คือที่นี่นั่นเอง
มิหม่องผู้ซึ่งเคยมาแล้ว ก็เดินพาน้องๆมาที่นี่ได้อย่างง่ายดาย 5555

 

และเนื่องจากมิหม่องมาหลายรอบแล้ว ถ่ายรูปไปก็เยอะแล้ว
คราวนี้ก็เลยไปเน้นถ่ายภาพคนแทน แหะๆๆ

 

smallmm_ayuttaya-p14

น้องเหมียวเผลอ 555555

smallmm_ayuttaya-p15

เก็บภาพคนกับสถานที่ไป ^^
หลังจากเที่ยวจนหนำใจแล้ว เราก็ไปที่พักที่น้องเหมียวจองไว้กัน
นั่นก็คือ  The Seven Sea Riverside Ayutthaya ครับผม

smallmm_ayuttaya-p18

เป็นที่พักที่ชิล ดี๊ดีมาก
รายละเอียดอ่านได้ที่ รีวิวนี้เลย http://www.fri9thsep.com/blog/?p=3327

หลังเอาของเก็บในที่พักเสร็จ
เราก็ถามคุณลุงเจ้าของที่พักว่า
จะไปกินมื้อเย็นที่ไหนดี

คุณลุงก็แนะนำร้านนี้มา
ร้านอาหาร เดอ รีว่า อโยธยา
https://www.facebook.com/De-riva-Ayothaya-361048917418352/

 

smallmm_ayuttaya-p19

อาหารอร่อยใช้ได้เลย
เมนูอาหารก็เหมือนๆร้านอาหารทั่วไป
บรรยากาศดี เพราะอยู่ติดริมแม่น้ำ
เสียตรงยุงเยอะไปนิด พกยากันยุงไปด้วยก็ดีครับผม

หลังจากกินอิ่ม พวกเราก็มาชิลๆที่ระเบียงริมแม่น้ำของที่พักแว๊บนึง
แล้วก็นอนหลับฝันดี

 

วันรุ่งขึ้น เราเช็คเอ้าท์ออกจากที่พักประมาณสิบโมง
เป้าหมายคือไหว้พระให้ครบ 9 วัดตามที่ตั้้งใจไว้
ซึ่งตอนนี้ก็จะเหลือ 5 วัดครับ

 

วัดแรกที่เราไปในวันที่สองของทริปคือ วัดท่าการ้อง

smallmm_ayuttaya-118

 

เราเข้าไปสักการะหลวงพ่อยิ้มกัน
วัดนี้มีตลาดน้ำด้วยครับ แต่เราไม่ได้เดินเที่ยวกันมาก เพราะกลัวจะเก็บไม่ครบ 9 วัด

 

จากนั้น เราก็ไปต่อยังวัดที่ 6 ของทริป
นั่นก็คือ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

 

smallmm_ayuttaya-120

 

เป็นวัดที่เราชอบอีกวัดนึงเลย
สงบ น่ามาทำบุญมาก ^^

 

smallmm_ayuttaya-119

 

วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธกษัตราธิราช
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม

ตามความเชื่อ ผู้ใดได้มากราบมาไหว้จะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก้าวหน้ายิ่งใหญ่ขึ้น
รีบไหว้เลย อยากยิ่งใหญ่ 5555

 

ออกจากวัดกษัตราธิราช พวกเราก็หิวกันม๊ากมาก
ก็เลยขับรถไปเรื่อยๆ ไปหาอะไรกินกัน
ขับไปเรื่อยๆ จนมาเจอร้านนี้

 

smallmm_ayuttaya-p20

ชื่อร้านอะไรไม่รู้ เป็นร้านเพิงข้างทาง ขายส้มตำ อาหารตามสั่ง
อยู่ตรงข้าม กองสรรพาวุธซ่อมยาง กรมสรรพาวุธทหารบก
อร่อยเลย กินกันพุงกาง และราคาไม่แพง
วิวดีมากด้วย อยู่ตรงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาพอดี

 

พิกัดตามนี้เลยครับ

 

 

กินกันอิ่มเราก็ไปต่อกันที่วัดที่ 7 วัดหน้าพระเมรุ

 

smallmm_ayuttaya-p21

 

เราเข้าไปไหว้หลวงพ่อขาว พระพุทธเจ้าชนะมารกัน

ที่วัดนี้ เราเจอเจดีย์ที่มีต้นโพธิ์ปกคลุมอยู่
เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมาก แอบสงสัยว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง แปลกดี

 

ไปต่อกันที่ วัดที่ 8 ครับผม

วัดเชิงท่า

smallmm_ayuttaya-p23

เป็นอีกวัดที่เราชอบมากกกกกกกก
ส่วนที่เป็นอุโบสถเก่า สวยมาก ดูขลังมาก
เราก็เลยเข้าไปไหว้พระ และถ่ายรูปที่นี่กันซะนานเลย

 

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงวัดสุดท้าย

วัดมเหยงคณ์

 

smallmm_ayuttaya-p24

 

ตอนเราไปถึง
เราก็งงกับชื่อมาก อ่านอย่างไรเนี่ย 5555
ก็เลยถามชาวบ้านแถวนั้น ว่าวัดนี้เรียกชื่ออย่างไรคะ

เค้าเรียกให้ฟังว่า มะ-เห-ยง
เราก็อ๋อ เรียกแบบนี้นี่เอง

เป็นวัดเก่าแก่ ที่เงียบสงบ
ตอนเราเดินเข้าไปไหว้พระในอุโบสถเก่า
ก็เจอ แม่ชี และคนที่ศรัทธามานั่งสมาธิในบริเวณนี้หลายคน
ก็เลยต้องทำตัวเงียบๆเรียบร้อยนิดนึง จะได้ไม่รบกวนพวกเค้า

smallmm_ayuttaya-p25

 

วัดสุดท้ายแล้ว ถ่ายรูปกันหน่อย ^^

 

หลังจากครบ 9 วัด เราก็ไปที่ตลาดน้ำอโยธยากันเพื่อหาซื้อของฝาก

smallmm_ayuttaya-154

 

ก็เดินๆไปสักพักก็กลับ
เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นร้านขายของทั่วๆไป
เราไม่ชอบช็อปปิ้งซักเท่าไหร่ด้วยสิ 555
แต่ถ้าใครอยากดูการแสดงก็ไปดูได้นะครับ
นอกจากนี้ก็มีบริการนั่งช้างชมโบราณสถานเก่าๆด้วย

 

หลังจากนั้น เราก็แวะไปร้านของรุ่นน้องที่คณะ
เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ชื่อร้านโค้งยายแหวด

smallmm_ayuttaya-155

 

โอ้โห เด็ดมาก อร่อยมาก
แนะนำเลยว่าควรแวะไปกิน 555555

พิกัดร้านครับผม

 

จากนั้นเราก็เดินทางกลับกัน ^^

ไหว้พระครบ 9 วัด ได้สำเร็จ

กลับมาน้องเหมียวก็ผ่าตัด ผลออกมาเรียบร้อยดี
และคิดว่า คงได้กลับไปเที่ยวอยุธยาอีกแน่ๆ ^^

 

พบกันใหม่ทริปหน้าครับ!!!!

 

The Seven Sea Ayutthaya

Comments

22/09/2016 at 21:12Category:แนะนำที่พัก

วันนี้มิหม่องจะมาแนะนำที่พักน่ารักๆชิลๆสบายๆในราคาย่อมเยาอีกแห่งหนึ่งให้รู้จักกัน
เป็นโฮมสเตย์เล็กๆที่อบอุ่นน่ารัก และเจ้าของใจดีมากๆ
ซึ่งโฮมสเตย์แห่งนี้ก็อยู่ในจังหวัดซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพนัก
นั่นก็คือ “อยุธยา” นั่นเอง

สำหรับชื่อของโฮมสเตย์ที่เราจะมาแนะนำก็คือ
“Seven Sea Riverside Ayutthaya” หรือจริงๆก็เรียกสั้นๆว่า เซเว่นซี นั่นแหล่ะ
แต่ถ้าจะค้นหาที่พักแห่งนี้ในกูเกิ้ลหรือ กูเกิ้ลแมพ
ก็ให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษจะหาได้ง่ายมากกว่า^^

เรารู้จักที่พักนี้จากรีวิวในพันทิป
หลังจากนั้นน้องเหมียวก็จัดแจงโทรไปคุยกับคุณลุงเจ้าของที่พัก
ซึ่งน้องเหมียวก็แฮปปี้มาก บอกว่า ลุงใจดีมากเลย ชอบ น่ารัก
ซึ่งพอเราได้มาเจอคุณลุงจริงๆ
คุณลุงก็น่ารักมากๆสมกับที่น้องเหมียวชื่นชมให้พวกเราฟังเลย ^^

โฮมสเตย์แห่งนี้จะอยู่ในซอยเล็กๆที่ชื่อว่า ซอยอู่ทอง 19
ค่อนข้างจะหายากสักหน่อย ต้องค่อยๆดูค่อยๆเล็งเอาเลย
ความน่าสนใจของที่นี่ อันดับแรกเลย คือ เป็นที่พักที่อยู่ติดริมแม่น้ำ
และวิวดีมาก ไม่เชื่อไปดูภาพกันเลย

smallmm_ayuttaya-105

 

ท่าน้ำที่เห็นจะเป็นท่าน้ำของที่พักเราเอง
ส่วนฝั่งตรงข้ามที่เห็นเป็นวัดนั้น ก็คือวัดพุทไธศวรรย์
ที่นี่จะมีระเบียงให้นั่งชมวิวเพลินๆด้วยล่ะ
แต่ว่า เดี๋ยวเราพาไปชมห้องกันก่อนดีกว่า ^^

 

ที่นี่จะมีส่วนที่เป็นห้องพักหลักๆอยู่สองโซน
จะมีส่วนหนึ่งที่มีสองชั้น
ชั้นบนจะเป็นห้องที่มีอ่างจากุซซี่
ส่วนชั่นล่าง ก็จะมีอีกห้องนึง แต่เราไม่แน่ใจว่าเค้าให้พักด้วยหรือเปล่า
และโซนที่เราอยู่ จะเป็นบ้านที่แบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้องนอน และห้องน้ำ 2 ห้อง
ซึ่งโดยปกติ ถ้าไปกันสองคนก็จะต้องมีการใช้ห้องน้ำร่วมกัน
แต่บังเอิญว่าทริปนี้พวกเราไปด้วยกัน 6 คน นอนได้สามห้องพอดี
ก็เลยกลายเป็นว่า บ้านทั้งหลังนั้นเป็นของพวกเราไปเลย

ไปดูห้องนอนแต่ละห้องกันดีกว่า

 

smallmm_ayuttaya-102

smallmm_ayuttaya-103

smallmm_ayuttaya-104

ห้องทั้งสามห้องนี้ ราคาเท่ากันคือ คืนละ 700 บาท ต่อห้อง
ภายในห้อง จะมีแอร์ทุกห้อง ทีวี ผ้าเช็ดตัวเยอะมากๆ
ที่สำคัญ ห้องหอมมากๆ และแอร์เย็นฉ่ำสบายสุดๆ
เปิดประตูเข้าไปนี่แทบอยากจะกระโดดไปกลิ้งบนเตียงเลย 555

พอออกมาส่วนกลาง
ก็จะมีตู้เย็น ซึ่งใส่น้ำไว้เยอะมากๆ กินได้ไม่อั้น
อันนี้ชอบมาก รู้สึกว่าลุงเจ้าของที่พักใจดีมากๆเลย ^^

(ตรงนี้ต้องขออภัยด้วย มัวแต่ชิล ลืมถ่ายรูปมาเลย ฮือๆๆๆ)
นอกจากส่วนกลางภายในบ้านแล้ว
ก็ยังมีส่วนกลางที่อยู่ด้านหน้าของตัวบ้านด้วย
ซึ่งจะเป็นบริเวณที่อยู่ริมน้ำ

smallmm_ayuttaya-109

 

smallmm_ayuttaya-111

นี่คือระเบียงบริเวณริมแม่น้ำ ซึ่งสามารถมานั่งชมวิว
กินดื่มสังสรรค์เบาๆกันได้ที่นี่ ส่วนด้านบน ก็จะเป็นห้องที่มีโซฟาให้นั่งชมวิวได้เช่นกัน ^^

smallmm_ayuttaya-107

 

smallmm_ayuttaya-106

มีโซฟาแต่ไม่นั่ง 5555
บรรยากาศก็จะชิลประมาณนี้เลย ^^

 

smallmm_ayuttaya-117

 

ส่วนนี่ก็จะเป็นบรรยากาศของวิวแม่น้ำในเวลากลางคืน
นั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆตรงนี้ บรรยากาศแบบนี้ มันดีจริงๆ ^^

 

ที่พักที่นี่ ไม่ได้มีอาหารเช้าแบบอลังการให้
แต่มีขนมปัง ชา กาแฟ ไว้ให้กินแบบไม่อั้นเลย

 

smallmm_ayuttaya-108

 

ตรงส่วนนี้ก็จะเป็นบริการตัวเองนะคร้าบ
เดินมาจัดการเองได้เลย ส่วนจานชาม
คุณลุงก็ใจดีมากอีกแล้ว
บอกว่าไม่ต้องล้าง เดี๋ยวลุงจัดการเอง
ด้วยความเกรงใจ กินเสร็จเราก็เอาของมาคืนที่เดิม
จัดๆให้ดูเรียบร้อยซะหน่อย แหะๆ

โดยสรุปแล้ว

ที่พักแห่งนี้ก็เป็นที่พักอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในใจเราเรียบร้อย
ด้วยความใจดีของคุณลุง
ด้วยความสะอาดของที่พัก และบรรยากาศที่ไม่น่าเชื่อว่าจะหาได้ในราคาหลักร้อย
กลายเป็นที่พักอีกแห่งนึงที่เราอยากจะมารีวิวให้ได้รู้จักกัน
ถ้าสนใจที่พักแห่งนี้
ก็กดไปดูรายละเอียดที่แผนที่ด้านล่างนี้ได้เลยคร้าบ ^^

 

ฝัน-ดี บูติค โฮเต็ล ชะอำ

Comments

01/12/2014 at 06:30Category:+เดินทางและท่องเที่ยว+ | แนะนำที่พัก

 

ตามมาติดๆ
กับที่พักน่ารักๆที่ไปมาเมื่อปีที่แล้วอีกเช่นกัน 5555

หลังจากเหน็ดเหนื่อยถ่ายรูป เก็บข้อมูลร้านอาหารหลายร้าน
สิ่งที่เราต้องการคือ สถานที่นอนหลับพักผ่อนที่แสนสบาย
จะได้มีแรงลุยงานต่อในวันรุ่งขึ้น

ช่วงเวลาที่เราต้องเก็บข้อมูลที่เพชรบุรี
พี่กิก็พามิหม่องไปพักที่ ฝันดี ฝัน-ดี บูติค โฮเต็ล ชะอำ

ไปถึงก็มืดแล้วครับ
แล้วก็เหนื่อยมากด้วย ขอเข้าห้องนอนก่อนละกัน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน 5555

 

 

pixDSC_2284

ห้องนอนคืนนี้

 

 

pixDSC_2286

 

ขยับมุมมาอีกนิด

ถือว่าห้องนอนกว้างขวางสะดวกสบายมากครับ
ห้องน้ำก็ใหญ่ แต่ลืมถ่ายมาอ่าาา

ง่วงมาก ลืมถ่ายทุกสิ่งอย่าง 5555555

ตัดภาพไปดูตอนเช้าเลยดีกว่า

 

 

pixDSC_2350

 

ตอนเช้ามิหม่องกับพี่กิก็ออกไปสำรวจที่พักกันครับ
ในภาพข้างบนคือบริเวณฟร้อนท์ของโรงแรม

 

pixDSC_2288

 

เดินมาอีกโซนของโรงแรม(ทางไปสระว่ายน้ำ) ก็เจอมุมน่านั่งมุมนี้

 

pixDSC_2289

 

หน้าห้องพักของตึกอีกฝั่ง
ซึ่งราคาแพงกว่าที่มิหม่องพักครับผม ออกมานอกห้องก็ชิลเลย

 

pixDSC_2292

มีเปลให้นั่งชมวิวท้องทุ่งนาด้วยนะ

pixDSC_2296

 
แชะภาพกับพี่กิซะหน่อยครับ ^^

 

 

pixDSC_2300

 

 

ถึงแล้ว สระว่ายน้ำ
ถือว่าเป็นจุดขายของที่นี่ครับ
สระว่ายน้ำที่ตัดกับทุ่งนาสีเขียวสด

 

pixDSC_2304

 
อยากจิโดดลงสระ แต่นะ ต้องรีบไปถ่ายงานต่ออีกหลายร้าน T_T

 

 

pixDSC_2312

 

ถ่ายรูปเล่นริมสระซะหน่อย แบบว่าเพิ่งตื่น 55555555

 

pixDSC_2314

 
พี่กิ แบบเหม่อๆ ^^

 

 

pixDSC_2317

 

 

โยคะยามเช้า
หราาาาาาาาาาาา 5555
ใช้เวลาอยู่ริมสระนานพอสมควรครับ มันชิลจริงๆนะ ^^

 

pixDSC_2324

 

หลังจากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารเช้ากัน
มุมนั่งรับประทานอาหารเช้า น่ารักดีครับ ^^ สีฟ้าด้วยย
สีโปรดคุณหม่อง 5555555555

 

pixDSC_2326

 

ระหว่างรอ ถ่ายรูปในสวนเล่นไปก่อน
พยายามจะให้เป็นรูปหัวใจ มันไม่ค่อยเป็น 5555

 

 

 

pixDSC_2330

 

 

จัดขนมปังมากินก่อนเลยครับ ไม่ไหวละ ผมหิว 5555

 

pixDSC_2333

 

สักพักอาหารเช้าก็มา
เป็น ABF ครับ

 

 

pixDSC_2335

 

 

น่ากินป่ะล่ะ ^^

 

pixDSC_2341

 

จานที่นี่น่ารักมาก
ใบนี้เป็นรูปเพนกวิ้นน้อย ^^

 

 

pixDSC_2309

 

 

 

กินอิ่มก็รีบบึ่งไปทำงานต่อ…
และวันนึงนึงจะกลับมาที่นี่อีก

ที่ชอบที่สุดของที่นี่
ก็คงเป็นท้องทุ่งนาสีเขียวๆนี่ละมั้งครับ
ให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมามากทีเดียว ^^

สนใจที่พัก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.fun-dboutiquehotelchaam.com/

แล้วเจอกันใหม่ ^^

บ้านมะเฟือง : กาญจนบุรี

Comments

30/11/2014 at 10:02Category:+เดินทางและท่องเที่ยว+ | แนะนำที่พัก

 

แวะมารีวิวที่พักหน่อยครับ
ที่พักแห่งนี้ จริงๆไปมานานแล้ว
ตั้งแต่ปีที่แล้วแน่ะ เพิ่งจะมารีวิว 5555555

ช่วงนั้นไปทำงานกับพี่กิครับ
ถ่ายรูปร้านอาหาร สิบกว่าร้านแน่ะ
ตระเวนไปหลายจังหวัดเลย
รวมถึงจังหวัด กาญจนบุรีด้วย

และนี่คือที่พี่ที่เราไปพักกันครับ
“บ้านมะเฟือง”

บ้านมะเฟืองเป็นที่พักเล็กๆติดถนนแสงชูโตเลยครับ
อยู่เยื้องๆกับโรงพยาบาลแสงชูโต
ด้วยความที่อยู่ริมถนน จึงไม่มีที่จอดรถที่สะดวกสบายนัก
ต้องจอดรถหน้าร้าน ซึ่งเมื่อเราโทรมาแจ้งว่า กำลังจะเข้ามาแล้วนะ
เค้าก็จะมากันที่สำหรับจอดรถให้ครับ

pixDSC_3097

 

อยู่ริมถนนแบบนี้ลยยยยยยยยยย

pixDSC_3098

 

ด้านหน้าจะเป็นร้านกาแฟ และสำนักงานเล็กๆ
มีโต๊ะรับลูกค้า เราเข้าไปลงทะเบียนเข้าพักกันในนี้ครับ
ส่วนห้องพักจะอยู่ด้านหลัง ต้องเข้าไปทางซอยที่อยู่ด้านข้างร้าน

 

pixDSC_3100

 

มาดูบรรยากาศในร้านกันก่อนนนนนนน
ตกแต่งร้านได้น่ารักทีเดียว

 

pixDSC_3101

 

มีมุมถ่ายรูปเยอะฮะ
ผมก็ตั้งกล้องถ่ายตัวเองสนุกเลย 55555

 

 

pixDSC_3105

 

 

เท่ๆนิดส์นึงนะ

 

pixDSC_3110

 

บอร์ดข้างหลัง จะติดข้อความที่ลูกค้าเขียนไว้ครับ
แต่มิหม่องไม่ได้เขียนกะเค้าเลย เป็นคนเขียนไม่เก่ง ฮ่าๆๆๆๆ

 

pixDSC_3111

 

 

สั่งกาแฟ สั่งเค้กกันตรงนี้ได้เลย
เข้าไปดูห้องพักกันดีกว่าครับ
ทางไปห้องพัก จะอยู่ข้างร้าน เป็นซอยเล็กๆ
พอเอารถจอดได้คันนึงแต่ก็ไม่ได้มีรถจอดนะครับ

pixDSC_3096

 

ช่วงระหว่างทางตรงนี้ มีรถจักรยานให้เช่าด้วยนะ

 

pixDSC_3095

 

ตรงนี้มีราคา minibus สำหรับไปสถานที่ต่างๆบอกด้วยครับ

 

pixDSC_3094

 

 

เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเจอป้ายสวยๆแบบนี้
ส่วนห้องพัก นู่นเลยครับ ข้างในเห็นไกลลิบๆเลย 555
ความจริงไม่ไกลมากนะครับ แต่กล้องมิหม่องติดเลนส์ไลด์อยู่
เลยดูไกลนิดนึง

 

pixDSC_3090

 

 

มุมนั่งเล่นชิลๆ แต่ไม่ได้ออกมานั่งเลย
เพราะฝนตก เปียก T_____T

 

 

pixDSC_3085

 

ภายในห้องพักครับผม
เป็นผนังปูนเปลือยบางส่วน
อย่างชอบเลย 55555

 

pixDSC_3088

 

มุมจากหน้าห้องน้ำบ้าง
หลับสบายยยยยยยยยยยย

 

 

ตื่นเช้ามา
มิหม่องก็มาหาอะไรทานที่ร้านด้านหน้าครับ

สั่งโกโก้ร้อนกับขนมปังจิ้มนมมากิน
ฟินๆยามเช้า ^^
ฟินแค่ไหน ดูภาพเอาเลยครับ

 

pixDSC_3119 pixDSC_3127 pixDSC_3130 pixDSC_3136

 

ถือว่าตอนนี้ บ้านมะเฟืองเกสเฮ้าส์
ก็เป็นที่พักอีกแห่งหนึ่งในใจมิหม่องแล้วล่ะ!!!!

สนใจไปพัก
คลิ๊กดูรายละเอียดที่นี่ได้เลยครับ^^