Tag: travel

ขุนเขาตำนานไพร รีสอร์ท

ไม่มีความเห็น บน ขุนเขาตำนานไพร รีสอร์ท

20/11/2018 at 15:03Category:+เดินทางและท่องเที่ยว+ | แนะนำที่พัก

 

วันนี้มิหม่องจะมาแนะนำที่พักสุดโปรดของมิหม่องให้ทุกคนได้รู้จัก
นั่นก็คือ….
ขุนเขาตำนานไพร รีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีครับผม ^^

จริงๆมิหม่องไปที่นี่บ่อยมาก
แต่รอบนี้ตั้งใจไปแบบจริงๆจัง เพราะว่า
ที่นี่มีสระว่ายน้ำแล้วจ้าาา วิวสวยมากด้วย วิบแบบ 360 องศาเลย

 

DCIM100GOPROG0050085.

ยามท้องฟ้าสดใส ก็จะสวยประมาณนี้ ^^

รอบนี้มิหม่องพักที่โซนวิลล่า
โดยพักหลังที่มีชื่อว่า “รักแรกพบ”

 

DSC_0670

โรแมนติกใช่มั้ยล่ะ ^^
ก็เพราะว่าไปสวนผึ้งครั้งนี้ ไม่ได้ไปเป็นติ่งของพ่อกับแม่แล้วน๊าา
พาแฟนไปด้วยจ้าาา 5555
เลยต้องขอห้องโรแมนติกนิดนึง ^^

 

DSC_0677

 

ตัวบ้านรักแรกพบด้านนอกค่ะ
เป็นบ้านปูนสีขาวสะอาดตา รูปทรงกลม น่ารักๆ
มองภายนอกเหมือนจะเล็กๆ แต่พอเข้าไปข้างในนี่กว้างมากๆเลย

 

DSC_0663

 

ภาพภายในบ้านค่ะ มุนนี้จะเป็นเตียงนอนสีขาวสะอาดตา

 

DSC_0422

 

แบบกว้างๆบ้างค่ะ ^^
ด้านข้างจะมีมุมนั่งเล่นให้ด้วย

 

DSC_0432

 

ที่นอนสีขาวสะอาดตา
และมุมหัวเตียงน่ารักมากๆ
มีกราฟฟิกน่ารักๆ และข้อความเขียนว่า
Love at first sight
ตามความหมายของชื่อห้อง

 

DSC_0433

ผ้าเช็ดตัวก็จะพับวางอยู่ด้านท้ายเตียง
วันนี้เป็นรูปดอกไม้ค่ะ
แล้วก็มีแจกันดอกไม้เล็กๆวางไว้ด้วย

 

DSC_0437

 

กุญแจบ้านเป็นป้ายไม้กิ๊บเก๋ๆ น่ารักๆ ^^

 

DSC_0435

 

อีกฝั่งนึงจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ มุมแขวนเสื้อผ้าและวางกระเป๋า สัมภาระต่างๆ ทีวี ตู้เย็น กระติกน้ำร้อนครบครัน
และด้านขวามือนั่นคือประตูเพื่อออกไปยังสระส่วนตัวด้านหลังบ้านค่ะ

DSC_0679

 

เปิดไปดูสระกันหน่อย
บ้านรักแรกพบจะเป็นวิลล่าหลังเดียวที่มีสระส่วนตัวค่ะ
จะเรียกว่าสระว่ายน้ำก็ไม่น่าใช่ เพราะตัวสระไม่ได้ใหญ่มาก
แต่ก็พอลงไปแช่น้ำ ดำน้ำ ลอยตัว นอนตีขาเพลินๆได้อยู่ค่ะ
แล้วก็ไม่ร้อนด้วย เพราะอยู่ในร่ม ^^

ด้านหลังสุดก็จะมีที่นั่งให้นั่งเล่นชิลๆ
ดูแฟน ดูลูกเล่นน้ำไปชิลๆได้ค่ะ

 

DSC_0678

 

สระจะเป็นรูปทรงรีๆนิดหน่อย น่ารักๆ
มีที่นั่งให้นั่งแช่น้ำชิลๆได้

 

DSC_0688

 

ลองลงสระให้ดูไซส์สระนิดนึง ^^
เล่นสาดน้ำใส่กัน ขี่หลัง กดหัว กันได้สบายค่ะ
(อันหลังนี่ไม่น่าใช่ 555)

อ๊ะๆ แต่อย่าคิดว่าความฟินของวิลล่าหลังนี้จะมีเพียงแค่สระส่วนตัวอันนี้เท่านั้น….

DSC_0425

ในห้องน้ำยังมีอ่างอาบน้ำให้แช่น้ำอุ่นนอนตีฟองสบายๆใจด้วยจ้าาาาาา ^^

 

DSC_0738

ได้แช่น้ำอุ่น ฟองนุ่มๆ หน้าคุณวันนัชก็จะแฮปปี้ประมาณนี้ 5555

 

DSC_0749

 

เพลินๆ ^^

 

DSC_0765

 

ถูๆๆ 55555

 

DSC_0946

 

ในห้องน้ำจะมีขวดสบู่เหลวกับยาสระผมให้ด้วยค่ะ
ที่พิเศษคือ เป็นสบู่และยาสระผมที่ทางรีสอร์ททำเอง
โดยทำจากสมุนไพรธรรมชาติ ไม่ผสมสารเคมี ปลอดภัย
ถ้าใช้แล้วชอบ สามารถซื้อกลับไปได้ค่ะ ^^
แต่เอาชวดที่ห้องน้ำกลับไปไม่ได้นะคะ 555

 

DSC_0954

 

ออกมาชมด้านนอกกันดีกว่าค่ะ
ข้างหน้าห้องจะมีโต๊ะเก้าอี้เล็กๆให้มานั่งชิลกันได้ด้วยค่ะ

 

DSC_0950

 

ดอกไม้สวยๆหน้าบ้านพัก ^^

 

DSC_0947

 

ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าของโซนวิลล่า
จะมีม้าไม้ และชิงช้าไม้ไว้ให้นั่งเล่นชิลๆได้
แต่ชิงช้าไม้นี่ ไปนั่งเล่นอาจจะเสียวๆหน่อยนะคะ 555
สนุกดี นั่งไปกรี๊ดไป 5555

 

DSC_0949

มองกลับไปก็จะเป็น วิลล่าสามหลังของโซนวิลล่า
ซึ่งจะเป็นวิลล่าทรงกลมเหมือนกันหมด
แต่ขนาดไม่เท่ากัน และก็รูปแบบภายในก็จะต่างกันค่ะ
รายละเอียดดูได้จากเพจของรีสอร์ทได้เลยค่ะ

 

ต่อไปเราไปสำรวจสระว่ายน้ำของที่นี่กันดีกว่า ^^

 

DSC_0442-2

 

นี่คือสระว่ายน้ำยามเย็นค่ะ
ไม่มีหมอก แต่แค่วิวขุนเขาด้านหน้านี่ก็ทำให้ฟินแล้วว ^^

สระว่ายน้ำจะอยู่ด้านบน ไปทางโซนห้องพัก
คือเข้าไปด้านในสุดของรีสอร์ทเลยค่ะ

 

IMG20181116171103

 

ตรงบริเวณสระว่ายน้ำ
จะมีห้องน้ำอยู่
ต้องเดินลงเนินมานิดนึง
จะเอาชุดมาเปลี่ยนที่นี่ หรืออาบน้ำที่นี่หลังว่ายน้ำเสร็จเลยก็ได้ค่ะ
ในห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่น สบู่ ยาสระผมให้เรียบร้อย

 

DSC_0443

 

ที่นี่จะให้เล่นในสระได้แค่เวลาที่เห็นแสงอาทิตย์เท่านั้นนะคะ
เพราะฉะนั้นต้องวางแพลนเวลามาเล่นน้ำดีๆ
ถ้ามาเย็นมากก็จะเล่นไม่ทัน
แต่จริงๆแล้ว ขอแนะนำว่าให้เล่นช่วงเช้าค่ะ จะสวยกว่า

แล้วก็ลงสระได้เฉพาะชุดว่ายน้ำเท่านั้นนะคะ
หากไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมา ทางรีสอร์ทก็มีชุดให้เช่าค่ะ

 

DSC_0455

 

สระว่ายน้ำยามเช้า จะมีหมอกนิดๆตามทิวเขา
ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นหมอกเยอะกว่านี้อีกค่ะ

 

DSC_0459

 

สระจะลึกประมาณ 120 เซนติเมตรค่ะ
เด็กๆเล่น ก็ต้องระวังนิดหน่อย
แต่ก็มีโซนสระสำหรับเด็กให้เด็กๆเล่นค่ะ

 

DSC_0460

 

พระอาทิตย์จะขึ้นฝั่งนี้พอดี
ตอนนี้ยังไม่โผล่พ้นเขา
แสงก็จะสวยๆหน่อย
มีหมอกจางๆ ฟินนนนน ^^

 

DCIM100GOPROGOPR0005.

 

ภาพสระน้ำแบบกว้างๆค่ะ ^^

 

DSC_0478

 

ไปชมหมอกกัน ^^

 

DSC_0511

 

พระอาทิตย์มาแล้วจ้าาาาา ^^
เมื่อก่อนทางรีสอร์ทจะมีห่วงยางนกฟลามิงโก้ กับมังกรน้อยให้คะ
แต่ตอนนี้รั่วไปแล้ว ก็จะเหลือเท่าที่เห็นในภาพ 55555
ทางที่ดี เตรียมพร๊อพห่วงยางไปเองจะดีมากค่ะ

 

 

DSC_0532

 

มันก็จะโรแมนติกประมาณนี้ ^^

 

DCIM100GOPROG0020013.

บรรยากาศแสงสวยๆยามเช้า ^^

 

DCIM100GOPROG0030028.

ถึงแม้จะมีเพียงหมอกจางๆ แต่ก็สวยอยู่น๊าาาา 555

 

DCIM100GOPROG0030033.

มองกลับมาอีกฝั่งก็ยังเป็นวิวเขาสวยๆนะ

 

DCIM100GOPROG0030064.

พอสว่างขึ้น ฟ้าใสๆ ก็ยังสวยอ่ะ ^^

 

 

DCIM100GOPROG0060059.

 

วิวดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก
ฟินสุดๆ

 

DCIM100GOPROGOPR0086.

 

ถึงแม้จะเล่นตอนเช้า
แต่อานุภาพแสงอาทิตย์ก็รุนแรงอยู่นะคะ
อย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วย
วันแรก ชะล่าใจ คิดว่าเล่นเช้าๆแดดไม่แรง
ขาเป็นป๊อกกี้เลยจ้าาาา 5555

 

หลังจากเล่นน้ำเสร็จ ก็ไปทานอาหารเช้ากัน ^^

 

เนื่องจากมิหม่องไปวันธรรมดา
ก็เลยมีโอกาสได้ชิมอาหารเช้าสองแบบเลยค่ะ
วันแรกจะเป็นอาหารเมนูตามใจเจ้าของรีสอร์ท 5555
เนื่องจากคนน้อย ก็เลยไม่ได้เป็นแบบบุฟเฟต์ค่ะ

 

DSC_0546

 

เมนูแรกของวันแรก ไข่กระทะ

 

DSC_0552

 

แค่ไข่กระทะก็อิ่มแล้ว
แต่ๆๆๆ ยังจ้า ยังไม่หมด ยังมีก๋วยจั๊บญวณอีกจ้าาา
สูตรของทางรีสอร์ทโดยเฉพาะเลย

 

DSC_0548

ไม่ไปสองเมนู ไม่อ่มก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วครับผม
ท้องป่องแบบไม่ต้องสืบ
ไม่ได้ท้องนะ อ้วนจ้าาา 55555

 

DSC_0553

 

ยืนยันด้วยภาพนี้ว่า….
สองเมนูนี้สำหรับคนเดียวจริงๆ อิ่มแน่นมากครับผม

สำหรับวันที่สอง
ลูกค้าเข้าหลายห้องค่ะ
ก็จะได้ทานแบบบุฟเฟต์
แต่เนื่องจาก….
มัวเล่นน้ำเพลินจ้าาา 5555
ลงมาทานเข้าวกันก็สายแล้ว
อาหารบนโต๊ะก็เหลือน้อย ถ่ายไม่สวยแล้วก็เลยไม่ได้ถ่ายมาค่ะ
แต่ก็มีอาหารเติมได้ตลอดนะคะ ถ้ายังไม่อิ่ม
แต่เกรงใจที่จะให้เค้ามาเติมให้เยอะเพื่อถ่ายรูป 5555

ก็เลยถ่ายมาแค่จานตัวเองพอละกานนนนน

 

DSC_0926

มีอาหารให้เลือกหลากหลาย
ตักมาทุกอย่างอ่ะ 55555

 

 

DSC_0930

 

แน่นๆเต็มๆ
มีครบ ทั้งชากาแฟ ไข่ดาวไส้กรอก
สลัดโรล ไก่ทอด ขนมปัง ปาท่องโก๋
ข้าวต้ม ผลไม้
นอกจากนี้ยังมีน้ำอัญชัญมะนาวให้ด้วยค่ะ
อิ่มเลยยยยย ^^

 

หลังจากอิ่มท้อง ขอไปสำรวจรีสอร์ทนิดหน่อย

 

DSC_0966

 

ป้ายหน้ารีสอร์ทค่ะ
หน้าตาแบบนี้ เห็นป้ายนี้แสดงว่าถึงแล้วน๊าาา

 

พูดถึงการเดินทางมารีสอร์ทสักหน่อยดีกว่า

รีสอร์ทจะอยู่เลยตัวอำเภอสวนผึ้งเข้ามาอีกพอสมควรค่ะ
ราวๆ 30 กิโลเมตร
จะอยู่เลยสวนน้ำ The Resort ไปนิดนึง
และก็อยู่ติดกับ เดอะบันยันลีฟ ค่ะ
ทางจะเป็นทางขึ้นเขาลงเขา มีโค้งพอสมควรค่ะ
แต่ไม่มีโค้งหักศอกหรือโค้งอันตราย
รถเล็กไปได้ค่ะ

 

IMG20181115171340

 

ยืนยันว่ารถเล็กไปได้ด้วยภาพนี้ละกัน ^^

 

DSC_0965

พอเลี้ยวเข้ามาก็จะเจอกับผึ้งน้อยตัวนี้ที่นอนรอต้อนรับเราอยู่อย่างสบายใจ 5555

 

ทริปสวนผึ้ง พย 61_181117_0042

เจอป้ายนี้ก็เข้าไปเช็คอินสอบถามได้เลยค่ะ

 

DSC_0939

 

ติดต่อสอบถามตรงนี้ได้เลยค่ะ

 

DSC_0940

 

ตรงนี้จะมีน้ำผึ้งขายด้วยค่ะ

 

DSC_0941

แล้วก็สามารถซื้อสบู่ยาสระผมที่ทางรีสอร์ทผลิตเองได้ที่นี่ด้วย ^^

 

ข้างในรีสอร์ท จะมีเขาวงกตให้ไปเดินเล่น และถ่ายรูปเล่นกันได้ด้วยนะคะ

 

DSC_0848

 

คุณวันนัชที่ทางเข้าเขาวงกต
เป้าหมายคือ โดมที่อยู่ด้านหลัง
ซึ่งสามารถไปยืนชมวิวจากบนนั้นได้ด้วย

 

DSC_0860

 

อยู่บนโดมถ่ายลงมาก็จะได้มุมกดๆหน่อย สวยดีค่ะ ^^

 

จากนั้นมิหม่องก็พาคุณวันนัชไปสำรวจโซนบ้านแฝดกัน
เป็นโซนที่มิหม่องยังไม่เคยพักเลย

DSC_0956

 

หลังนี้เป็นบ้านแฝดที่มีดาดฟ้าค่ะ
ตอนกลางคืนก็จะมายืนชมดาวบนดาดฟ้าได้
ที่รีสอร์ทตอนกลางคืน มองเห็นดาวสวยเลยล่ะ

DSC_0885

มีภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนมาฝากหนึ่งภาพ
แต่เป็นภาพจากลานจอดรถตรงสระว่ายน้ำนะคะ ^^

 

 

 

DSC_0957

 

ชมบรรยากาศโซนบ้านแฝดกันต่อ

 

DSC_0959

หลังนี้เป็นบ้านแฝดที่สร้างใหม่ค่ะ
จะไม่มีดาดฟ้าเหมือนหลังก่อนหน้านี้

 

 

 

DSC_0958

 

แบบใกล้ๆ

 

ทริปสวนผึ้ง พย 61_181117_0011

 

ตรงนี้เป็นสะพานส้มค่ะ
เชื่อมต่อกันระหว่างโซนวิลล่า และโซนบ้านแฝด
ขับรถขึ้นไม่ได้นะคะ เดินไปได้อย่างเดียว

 

IMG20181116172107

 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ
ฝากกดไลค์และติดตามเพจ https://www.facebook.com/fri9thsep/ กันด้วยนะคะ
ไว้มิหม่องจะออกไปข้างนอกและถ่ายรูปสวยๆมาฝากอีก ^^
สวัสดีค่ะ

 

เพจรีสอร์ทและแผนที่
https://www.facebook.com/khunkhaos/

สีชัง : มุมที่สกายแล็บไม่ได้พาไป

ไม่มีความเห็น บน สีชัง : มุมที่สกายแล็บไม่ได้พาไป

18/02/2018 at 22:31Category:+เดินทางและท่องเที่ยว+ | แนะนำที่เที่ยว

 

เวลาไปเที่ยวเกาะสีชัง สิ่งแรกๆที่เราจะพบได้ที่ท่าเรือก็คือ บรรดารถสกายแล็บหลานสีสันจอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือแบบในรูปข้างล่างนี้ ซึ่งจะมีโปรแกรมทัวร์ให้รถสกายแล็บพาเราเที่ยวสถานที่สำคัญๆรอบเกาะ 5 จุด แต่….!!! เราว่าจริงๆมันก็ไม่ได้รอบหรอก ความจริงแล้วยังมีสถานที่อีกมากมาย ที่สกายแล็บไม่ได้พาไป ซึ่งเราจะแนะนำให้เองง ^^

DSC_2969

 

แล้วถ้าไม่ได้นั่งสกายแล็บ จะไปยังไงล่ะ?!?!

มอไซค์ไงคร้าบบ ที่เกาะมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่าด้วยนะ ถ้าอยากไปเที่ยวแบบชิลๆจริงๆ แนะนำให้เช่ามอไซค์ขี่เองเลยดีกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม บางจุดสกายแล็บก็ไปได้นะ เพียงแต่ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปแต่ละจุดเพิ่มเอง

มาเริ่มกันที่สถานที่แรก ท่ายายทิม

DSC_2826

เราก็ขี่มาตามป้าย มาทางด้านหลังเกาะ เริ่มจากขี่มาทางพระจุฑาธุชราชฐานก่อน แต่เลี้ยวขวาขึ้นเขาไปก่อนจะถึงทางเข้าวัง ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะมีป้ายบอกทางไปที่นี่ ที่นี่เป็นจุดที่เค้านิยมมาตกปลากัน เป็นจุดที่เาจะได้เห็นเกาะค้างคาว ซึ่งเป็นเกาะๆหนึ่งของหมู่เกาะสีชัง และเกาะเล็กๆ ข้างหน้าเกาะค้างคาวที่อยู่ติดเกาะสีชังนั้นก็คือ เกาะยายท้าว ซึ่งเวลาที่น้ำลงมากๆ เราสามารถเดินจากเกาะสีชังไปที่เกาะยายท้าวได้เลย ความ unseen อีกอย่างคือ เส้นทางข้ามเขาก่อนจะถึงท่ายายทิม จะเป็นจุดที่เราสามารถพบกระรอกเผือก สัตว์ประจำถิ่นของเกาะสีชังได้ด้วยนะ

บริเวณนี้ นอกจากชมวิวสองเกาะแล้ว ยังมีหน้าผาขนาดใหญ่ให้ถ่ายรูปสวยๆกันได้อีก

DSC_2847

ถือว่าเป็นอีกจุดที่สามารถมาถ่ายรูปเท่ๆได้เลย หน้าผาสูงมาก และด้วยความแห้งแล้งของบริเวณนี้ ทำให้ทุ่งหญ้าเป็นสีน้ำตาล สวย ถ่ายรูปมาแล้วจะดูเท่ๆหน่อย

DSC_2848

แบบนี้งายยย 55555

แต่บริเวณนี้ก็ไม่ได้แห้งแล้งซะทีเดียวนะ
เพราะมันมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ไว้ให้คนเกาะได้นำไปใช้สอยกันด้วย บางช่วงน้ำก็เต็ม แต่ช่วงนี้ น้ำค่อนข้างแห้งเลยทีเดียว

 

เลยจากท่ายายทิมไปหน่อย เราก็จะผ่านเส้นทางสุดวิบาก ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการขี่รถนิดนึง ซึ่งถ้าไม่ชำนาญเราไม่แนะนำให้ไปเลย
นั่นก็คือจุดที่สามารถเดินข้ามจากเกาะสีชังไปยังเกาะยายเท้าได้นั่นเอง

DSC_2983

เสียดายว่าตอนที่เราไปน้ำขึ้น เราก็เลยไม่สามารถเดินข้ามไปที่เกาะยายท้าวได้

จุดนี้ ว่ากันว่ามีปะการังด้วยนะ แต่ก็มีหอยเม่นเยอะเช่นกัน ก็เลยยังไม่กล้ามาดำน้ำที่นี่เลย กลัวพลาด 555

DSC_2992

หาดที่นี่จะหินเยอะ แล้วก็เม่นเยอะด้วย น้ำใสก็จริง แต่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำเท่าไหร่

 

จริงๆก่อนจะถึงทางไปท่ายายทิม จะมีทางแยกไปแหลมงู ซึ่งจริงๆก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ นอกจากท่าเรือเก่าๆ กับซากเรือเก่าๆ แต่มันก็มีความดิบความเท่ดีนะ

 

DSC_3050

 

ไปกันต่อที่แหลมจักรพงษ์ หรือแหลมถ้ำพัง กันเลยดีกว่า

 

DSC_2941

ตรงแหลมจักรพงษ์ นอกจากจะเป็นจุดชมวิวสวยๆ แล้ว ยังมีถ้ำลึกลับซ่อนอยู่ จริงๆก็ไม่ลึกลับเท่าไหร่นะ เพราะชอบมีคนมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งที่นี่กันเยอะเหมือนกัน แอบสงสัยอยู่ว่านี่คือถ้ำพังที่เค้าเรียกกันหรือเปล่า

DSC_2943

ให้ดูขนาดของถ้ำและความอลังการของที่นี่ จะได้เข้าใจว่าทำไมเค้าชอบมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งที่นี่กัน ^^
ระมัดระวังในการปีนป่ายกันด้วยนะคะ

 

DSC_2950

นอกจากแหลมจักรพงษ์แล้ว ระหว่างทางจากหาดถ้ำพังซึ่งเป็นจุดเล่นน้ำบนเกาะ ไปยังที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้กัน

ที่เห็นหาดขาวๆด้านหลังนั่นคือหาดถ้ำพังนั่นเอง

 

DSC_2959

ซูมดูหน่อยซิ ^^

หาดถ้ำพังนี่ ถ้ามาช่วงจังหวะดีๆ น้ำลงมากๆ จะเห็นหาดสีขาวทอดยาวมาจนถึงแหลมถ้ำพังเลยค่ะ และช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เกาะด้านนี้ค่อนข้างสะอาด ไม่มีขยะด้วย ไว้ถ้ามีโอกาส จะถ่ายภาพช่วงนั้นมาให้ดูนะ

 

กลับมาอีกฝั่งของเกาะบ้างดีกว่า แต่ก่อนจะออกจากโซนนี้ ขอแวะที่สุดท้ายก่อน ก็คือ พระจุฑาธุชราชฐาน ด้านบน ซึ่ง ปกติแล้ว สกายแล็บจะจอดให้เที่ยวที่ด้านล่าง แล้วนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นมาดที่ยวยังจุดนี้ได้ แต่ถ้าเราขี่มอไซค์มา เราสามารถขี่มาที่จุดนี้ แล้วเดินลงไปได้ จะใกล้กว่าเดินขึ้นมาจากด้านล่าง

DSC_2853

เห็นยอดสีขาวๆนั่นมั้ย นั่นคือยอดของ พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร ซึ่งถ้าเดินขึ้นมาจากข้างล่างนี่มีหอบ แต่ถ้าเดินไปจากข้างบนนี้ ระยะทางจะเหลือเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

แต่เราก็ไม่ได้เดินไปนะ เหนื่อยแล้ว 5555

 

โอเค เรามาต่อกันกับอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ฝั่งของเจ้าพ่อเขาใหญ่ แต่ที่เราจะไปคือ เส้นทางชมวิวที่เข้าทางวัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร ที่อยู่ตรงท่าบน ขี่รถเข้าไปในวัดเลย แล้วเลาะริมเขาไป

DSC_3095

ถนนเส้นนี้สร้างขึ้นมาใหม่ วิวสวยมาก และข้างบนนี่คือบริเวณท่าเรือเมื่อมองมาจากถนนเส้นนี้

 

DSC_2868

เส้นทางนี้ ปลายทางจะไปจบที่แหลมสีชัง ระหว่างทางจะมีศาลาชมวิว ให้เราได้พักผ่อนอยู่ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป น่าจะชอบ เพราะมีจุดชมวิวสวยๆหลายจุด อย่างเช่นศาลาในภาพนี้ ถ้าเดินลงไป ก็จะพบกันหาดสวยๆ ซึ่งค่อนข้างเงียบสงบมาก เพราะบริเวณนี้ แทบจะไม่มีคนผ่านมาเลย เนื่องจากคนยังไม่ค่อยรู้จัก

 

DSC_2873

และนี่คือหาดที่บอก ช่วงนี้หาดสวยและน้ำใสมากๆทีเดียว

 

DSC_2869

 

อีกมุมนึง

 

DSC_3123

มองกลับไปที่ศาลา ก็จะต้องเดินกันเหนื่อยหน่อย 555

 

ไปต่อที่อ่าวถ้ำจ๊อกค๊อกกันดีกว่า

 

DSC_2880

นี่คือทางลงก่อนจะถึงอ่าวถ้ำจ๊อกค๊อก เห็นสีขาวๆไกลๆนั่นมั้ย นั่นคือ ประภาคารบนเกาะสัมปันยื้อ เกาะเล็กๆที่ไม่มีในกูเกิ้ลแมพ ทำไมไม่มีน๊ออออ น่าน้อยใจจัง จริงๆมันเล็กนิดเดียวเอง เกาะสัมปันยื้อหรือหินสัมปันยื้อ เป็นเกาะบริวารอีกเกาะหนึ่งของเกาะสีชัง ประภาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 2434 มีนามพระราชทานว่า ประภาคารอัษฎางค์

DSC_2891

ขออภัย ซูมได้ใกล้สุดแค่นี้ ><

 

DSC_2893

และนี่คือ อ่าวถ้ำจ๊อกค๊อก จะมีแค่ให้ชมวิวประมาณนี้แหล่ะ
ไม่แน่ใจว่ามีทางลงไปมั้ย จอดรถชมวิวถ่ายรูปมาเฉยๆ

พอย้อนกลับมา ก็จะมีป้ายบอกไปกองหินประวัติศาสตร์ อันนี้สงสัยมากกว่าเป็นยังไง ก็ลองเสี่ยงไปมา ปรากฏว่าพบกับกองหินแบบนี้

 

DSC_3152

5555 คือ ยอมรับว่าเฟล คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจกว่านี้ ป้ายดูจริงจังมาก

 

DSC_3151

มาอ่านที่มาของกองหินกองนั้นกันหน่อยละกัน 555

 

เป้าหมายต่อไปของเรา คือ รอยพระพุทธบาท ที่อยู่บนไหล่เขาคยาศิระ เป็นจุดชมวิวที่เราชอบที่สุดบนเกาะสีชัง เพราะสามารถเห็นเมืองเกาะสีชังได้แบบทั่วทั้งเกาะเลย

DSC_3192

แต่เราไม่ได้ถ่ายมา ถ่ายมุมนี้มาแทน 555

 

DSC_3196

 

อีกมุมนึงจ้าาาา ^^

 

DSC_3197

ฝั่งนี้จะมองเห็นเกาะขามใหญ่ทั้งเกาะเลยด้วย แต่เราชอบเรียกเกาะนี้ว่าเกาะน่องไก่ หิวเลยทีเดียว

DSC_2902

 

และนี่ก็คือรอยพระพุทธบาทค่ะ กราบไหว้กันเพื่อเป็นสิริมงคล ด้านบนนี้จะมีดอกไม้ธุปเทียนขายบริเวณลานจอดรถด้วยนะคะ

ซึ่งนอกจากจะขี่มอไซค์ขึ้นมาแล้ว ยังสามารถเดินขึ้นมาจากตรงเจ้าพ่อเขาใหญ่ได้ด้วย เพราะทางที่ขึ้นมาบนนี้ค่อนข้างชันมาก ถ้าขี่รถไม่คล่อง ก็อันตรายพอสมควร

 

DSC_2910

 

และนี่คือทางที่ขึ้นมาจากเจ้าพ่อเขาใหญ่ เคยขึ้นมาแล้วจ้าาา บอกได้คำเดียวว่าหอบ 555

 

DSC_3202

นอกจากนี้ ยังมีทางขึ้นต่อไปยังยอดพระจุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นยอดที่สูงที่สุดบนเกาะสีชัง ซึ่งครั้งนี้เราไม่ได้ขึ้นไป เพราะว่าเที่ยวมาหลายจุดละ เริ่มล้า จริงๆเคยขึ้นไปมาแล้วสองครั้ง แต่รู้สึกไม่คุ้มกับความเหนื่อยที่เดินขึ้นไปเท่าไหร่ 555 แล้วก็ไปคนเดียวด้วย ก็แอบกลัวๆนิดนึง

DSC_3206

แต่อันที่จริงช่วงนี้บนเกาะก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นะ เราะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และจุดให้กดปุ่มฉุกเฉินไว้รอบเกาะเลย บริเวณที่เปลี่ยวๆ จะมีเสาสีฟ้าติดกล้องแบบนี้ทั่วเกาะเลย อันนี้ชอบมาก รู้สึกปลอดภัยขึ้นหน่อย

 

และจุดสุดท้ายที่เราจะพาไปวันนี้

จริงๆเป็นจุดที่สกายแล็บพาไปนะ แต่มุมนี้ เราคิดว่าไม่ค่อยมีใครเดินขึ้นไป ส่วนให่จะเดินลงไปที่สะพานวชิราวุธกันมากกว่า

 

DSC_2939

ใช่แล้ว ที่นี่คือช่องเขาขาด หรือช่องอิศริยาภรณ์นั่นเอง จุดนี้เป็นจุดที่ต้องเดินขึ้นมาหน่อย พอสูงมากๆ ก็จะต้องปีนป่ายนิดนึง ค่อนข้างอันตรายอยู่เหมือนกัน ต้องระมัดระวังดีๆ สติเป็นสิ่งสำคัญมากๆในการเที่ยวที่นี่ 555 จุดนี้จะเห็นแหลมเขาขาดหรือแหลมวชิราวุธสวยได้สวยงามมากๆ ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก จะยิ่งสวยมากๆแนะนำให้มาที่นี่ตอนพระอาทิตย์กำลังตก สวยจริงๆค่ะ

 

DSC_2922

ชมวิวที่นี่คือดีมากก เสียแต่ว่ารอบนี้มาตอนกลางวัน ร้อนมากกกกกกกกกก 555

 

จบแล้วสำหรับการแนะนำจุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชังในครั้งนี้ หวังว่าจะเปิดมุมมองใหม่ๆให้ทุกคนได้รู้จักเกาะสีชังมากขึ้นนะคะ

ที่สำคัญ….

DSC_2888

พร๊อพให้ครบนะคะ เสื้อแขนยาว แว่น หมวก อย่าให้ขาด นอกจากจะช่วยให้เท่ขึ้น ยังช่วยกันแดดได้ด้วย ร้อนมว๊ากกกกกกกกกก
ในภาพนี้หมวกอยู่ท้ายรถ 5555

 

ติดตามอัพเดทเรื่องราวใหม่ๆ ได้ที่ เพจ fri9thsep นะคะ ^^